การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ (พินิจพิจารณ์)
     การออกกำลังกายที่ถูกต้องเพื่อสุขภาพ เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกัน  ดูแล และรักษา ป้องกันก็คือป้องกันโรคภัยที่จะเกิดขึ้นใหม่รวมถึงการสร้างภูมิต้านทาน  ดูแลก็คือควบคุมสิ่งที่เป็นอยู่ให้ดีไม่เป็นมากขึ้น  รักษาก็คือรักษาโรคภัยที่เป็นอยู่ให้หายไป การออกกำลังกายเป็นของดีและมีประโยชน์อย่างมหาศาลขนาดนั้น   ทุกท่านจึงควรให้ความสนใจ ใส่ใจ และลงมือทำให้ถูกต้อง  ดังบทความของท่านนายแพทย์พินิจ กุลละวณิชย์ ดังต่อไปนี้

       ทุกๆท่านควรออกกำลังกายเพื่อสุขภาพด้วยการเดิน วิ่ง ว่ายน้ำ ถีบจักรยาน เต้นแอโรบิก เลือกทำอะไรก็ได้ที่ท่านทำได้และทำได้บ่อยๆ การออกกำลังกายที่ทุกๆคนทำได้โดยง่ายคือ การเดิน หรือวิ่ง หรือถีบจักรยานอยู่กับที่ ซึ่งสามารถทำในบ้านหรือบริเวณบ้านได้ ถ้าเลือกได้อาจเดินวันหนึ่ง วิ่งวันหนึ่ง ถีบจักรยานวันหนึ่ง ว่ายน้ำวันหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บจากการวิ่งอย่างเดียว

สำหรับผู้ที่อ้วนควรเริ่มด้วยการคุมอาหารก่อน อาจว่ายน้ำ (หรือเดิน) เมื่อน้ำหนักตัวไม่มากนักจึงค่อยวิ่ง เพราะการวิ่งอาจทำให้เข่า ข้อเท้า บาดเจ็บ ผู้สูงอายุควรใช้การเดินหรือว่ายน้ำเป็นหลัก ผู้ที่เข่า ข้อเท้าไม่ดี ควรพบแพทย์ แต่อาจออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำหรือการถีบจักรยานไปก่อน

    การออกกำลังกายโดยการยกน้ำหนักอย่างเดียวไม่ดีและอาจมีอันตรายได้ การยกน้ำหนักทำให้ร่างกายมีรูปร่างสวยงาม มีกล้ามเนื้อ แต่หัวใจจะไม่แข็งแรง สู้คนที่ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพไม่ได้ (ผู้ที่วิ่งมาราธอนจะมีหัวใจแข็งแรงกว่าผู้ที่ยกน้ำหนัก) ฉะนั้นทุกๆคนจึงควรออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเป็นเวลา 3 เดือนก่อน ถึงจะออกกำลังกายที่ไม่ใช่เพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง เช่น ตีเทนนิส หรือยกน้ำหนัก เมื่อร่างกายฟิตก่อนแล้ว ถึงตอนนั้นก็ควรออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเป็นหลัก และออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างอื่นเสริม เช่น เดิน วิ่ง ว่ายน้ำ วันจันทร์ พุธ ศุกร์ และตีเทนนิสเสริม วันอังคาร พฤหัส ตีกอล์ฟเสริมวันอาทิตย์ ฯลฯ แต่อย่าตีเทนนิส กอล์ฟอย่างเดียว

   ไม่ควรออกกำลังกายด้วยการยกน้ำหนัก นอกจากได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพมาแล้ว 3 เดือน และถึงแม้ทำอย่างนั้นแล้ว ก็ควรที่จะวัดความดันโลหิตก่อนการยกน้ำหนัก ถ้าความดันโลหิตสูงอย่ายกน้ำหนัก

ต้อง Get Fit First ด้วยการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพก่อนออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นๆ

     ถ้าท่านคุม BMI ให้ต่ำกว่า 23 และพุงชายเล็กกว่า 90 ซม. หญิงเล็กกว่า 80 ซม. ด้วยการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและการคุมอาหาร ท่านจะสามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆได้มากมาย เช่น โรคอ้วนและโรคอื่นๆที่ตามมา โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดัน หลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน โรคมะเร็ง 7 ชนิด โดยเฉพาะเต้านม ลำไส้ใหญ่ โรคกระดูกบางพรุนซึ่งจะหักง่าย ปวดหลัง สมองเสื่อม โรคเครียด ฯลฯ

     ขอย้ำว่าถ้าออกกำลังกายอย่างเดียวโดยไม่คุมอาหารด้วย ถึงแม้จะออกมากและบ่อยแค่ไหนก็ไม่สามารถลดน้ำหนักได้ อย่างเช่น ผมเดินทุกวันๆละชั่วโมง และคุมอาหาร (บ้าง) น้ำหนักยังไม่ค่อยลงเลย ยังคงที่ที่ 79 กิโลกรัม (แต่ก็ดีกว่าเก่า)

     การเดินหรือวิ่ง 1 ไมล์จะใช้พลังงานเท่ากัน คือประมาณ 100 กิโลแคลอรี แต่จะใช้เวลาต่างกัน การออกกำลังกายอย่างเต็มที่ หนักที่สุด เช่น วิ่งเต็มที่ 100 เมตร 200 เมตร หรือการยกน้ำหนัก เป็นการออกกำลังกายที่ใช้พลังงานจากแป้งเท่านั้น (Anaerobic) แต่ถ้าออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดิน วิ่งเหยาะๆ จะใช้ทั้งแป้งและไขมันเป็นพลังงาน (Aerobic) ถ้ายิ่งออกกำลังกายหนักก็จะยิ่งใช้แป้ง

     ฉะนั้นท่านจึงควรออกกำลัง "หนัก" บ้าง "เบา" บ้าง สลับกันไป เพื่อที่จะได้ฝึกการออกกำลังกายแบบ Aerobic (แอโรบิก) และ Anaerobic (แอนแอโรบิก) ทั้งสองระบบ
การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นคนจน คนรวย คนเล่นกีฬาเก่งหรือไม่ เพียงแต่ท่านต้องมีความรู้ที่ถูกต้อง และที่สำคัญที่สุดคือต้องมีวินัยที่จะทำ และทำอย่างต่อเนื่อง
ตอนนี้ท่านมีข้อมูลแล้ว เพียงแต่ไปทำเท่านั้น ทำแล้ว 2-3 เดือนท่านจะรู้สึกว่าสุขภาพ คุณภาพชีวิตท่านจะดีขึ้น รวมทั้งเพศสัมพันธ์ด้วยครับ



 โดย นพ.พินิจ กุลละวณิชย์


สุขภาพดีดูได้จากลายมือ

แก้ไขล่าสุด (วันพุธที่ 24 สิงหาคม 2011 เวลา 08:27 น.)